เทคนิคพัฒนาภาษาอังกฤษ

  • / เทคนิคพัฒนาภาษาอังกฤษ
Learning

Prepositions บอกเวลาภาษาอังกฤษ

DATE POSTED 10/11/17

Prepositions หรือที่รู้จักกันในภาษาไทยว่าคำบุพบท เป็นคำที่ใช้เชื่อมคำนามหรือคำสรรพนามเข้าด้วยกัน หรือเพื่อใช้เชื่อมโยงกับส่วนอื่นๆของประโยค ในวันนี้ เราจะมาแนะนำการใช้ Prepositions of Time ซึ่งจะเป็นการเลือกใช้คำบุพบทที่มีไว้เชื่อมโยงกับเวลา จะไม่มีการใช้ผิดๆถูกๆ หรือใช้อยู่คำเดียวอีกต่อไป! 

  1. On
    การใช้ on จะใช้นำหน้าการบอกวันหรือวันที่ หรือนำหน้าคำว่า weekend สำหรับ American English เช่น
    - She usually sees her family on Sundays. (เธอมักจะเจอครอบครัวของเธอทุกวันอาทิตย์)
    - His birthday is on January 1st, 1987. (วันเกิดของเขาคือวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2530)
    - We will go shopping on the weekend. (เราจะไปช็อปปิ้งในวันสุดสัปดาห์นี้)
  1. In
    เราจะใช้ in เพื่อนำหน้า เดือน ฤดูกาล หรือปี หรือช่วงเวลาต่างๆของวัน เช่น เช้า กลางวัน เย็น หรือ ใช้นำหน้าเพื่อบอกช่วงเวลา ตัวอย่างเช่น
    - He is going back to his country in March. (เขาจะกลับประเทศในเดือนมีนาคม)
    - We always go to the beach in summer. (เรามักจะไปชายหาดในฤดูร้อน)
    - We had three meetings in the morning. (เราประชุมไปสามครั้งในตอนเช้า)
    - It’s the third time in two months that someone has stolen my food! (นี่เป็นครั้งที่สามในรอบสองเดือนแล้วนะที่มีคนขโมยอาหารของฉันไป!)
  1. At
    ใช้เพื่อบอกเวลาที่เฉพาะเจาะจงไปเลย หรือใช้นำหน้า night เพื่อบอกเวลากลางคืน หรือ นำหน้า weekend สำหรับ British English
    - I have my appointment with John scheduled at 10.30 am. (ฉันมีนัดกับจอห์นตอน 10 โมงครึ่ง)
    - We are going to China Town at night. Do you want to join? (เราจะไปไชน่าทาวน์ตอนกลางคืนนะ คุณอยากไปด้วยหรือเปล่า)
    - The children are allowed to use iPad at weekends only. (เด็กๆ ได้รับอนุญาตให้เล่นไอแพดได้ในวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น)
  1. Since
    ใช้นำหน้าเวลาตอนหนึ่งในอดีต เพื่อบอกว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงไหน และเพื่อสื่อว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเรื่อยมาถึงตอนใดตอนหนึ่งหรือถึงปัจจุบัน
    - I haven’t seen my cousin since July last year. (ฉันไม่ได้เจอญาติฉันเลยตั้งแต่กรกฎาคมปีที่แล้ว)
    - She has lost contact with her son since spring. (เธอไม่ได้ติดต่อกับลูกชายเลยตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิ)
  1. For
    ใช้นำหน้าเพื่อบอกจำนวนเวลา ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในประโยคนั้น เกิดขึ้นนานเท่าไร เช่น
    - I haven’t eaten anything for 12 hours. (ฉันไม่ได้กินอะไรเลยมาเป็นเวลา 12 ชั่วโมงแล้วนะ)
    - For 10 years, she has saved up money to send her kids to college. (เธอเก็บเงินมาเป็นเวลาสิบปีแล้วเพื่อที่จะสามารถส่งลูกๆไปเรียนมหาลัยได้)
    - This class is going to last for an hour. (คาบเรียนนี้ใช้เวลาประมาณชั่วโมงหนึ่ง)
  1. ago
    ใช้ตามหลังเวลา เพื่อบ่งบอกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ว่าเกิดขึ้นไปนานเท่าไรแล้ว เช่น
    - I ran into my boss three days ago at a restaurant. (ฉันบังเอิญเจอเจ้านายที่ร้านอาหารเมื่อสามวันที่แล้ว)
    - Her brother graduated just three months ago. (น้องชายของเธอเพิ่งจะเรียนจบเมื่อสามเดือนที่แล้วเอง)
  1. before/prior to
    มีความหมายว่า ก่อนหน้า ใช้นำหน้าเวลาหรือเหตุการณ์ เพื่อบอกว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้าเวลาที่ว่านี้
    - She went to bed before midnight. (เธอเข้านอนไปแล้วตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืน)
    - He usually leaves the office before 6. (เขามักจะออกจากออฟฟิศตั้งแต่ก่อนหกโมง)
    - You need to prepare yourself prior to the interview. (เธอต้องเตรียมตัวก่อนไปสัมภาษณ์นะ)
  1. To
    ใช้ในสำนวนการบอกเวลา เช่น
    - It’s a quarter to ten. (อีกสิบห้านาทีจะสิบโมงนะ - ซึ่งก็คือ 45 นั่นเอง)
  1. From
    ใช้ในการบอกช่วงระยะเวลาเพื่อบอกว่าเหตุการณ์นั้นๆเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร หรือใช้คู่กับ to เพื่อบอกว่า สิ่งๆนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่และจะจบลงเมื่อไร เช่น
    - I’m moving to a new flat from now on. (ฉันจะย้ายไปแฟลตใหม่ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป)
    - Some employees take leave from Monday to Wednesday. (พนักงานบางคนลาหยุดตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพุธ)
  1. Past
    ใช้ในสำนวนการบอกเวลา เช่น
    - It’s already half past nine. (นี่ผ่านเก้าโมงไปครึ่งชั่วโมงแล้วนะ - ซึ่งก็คือ 30 นั่นเอง)
  1. Till/Until
    ใช้เพื่อนำหน้าเวลา เพื่อบอกว่าเหตุการณ์ที่กำลังพูดถึงจะเกิดขึ้นจนถึงตอนไหน เช่น
    - We have to wait until tomorrow to get the feedback. (เราต้องรอจนถึงพรุ่งนี้เพื่อดูว่าผลตอบรับเป็นยังไง)
    - They will stay at that hotel from Friday till Sunday. (พวกเขาจะพักที่โรงแรมนั้นตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์)
  1. By
    ใช้นำหน้าเวลา เพื่อบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะต้องเกิดภายในช่วงเวลาใด หรือภายในตอนไหน เช่น
    - We need to hand in this assignment by midnight. (เราต้องส่งงานนี้ก่อนเที่ยงคืน)
    - Give me the answer by tomorrow. (ให้คำตอบฉันภายในวันพรุ่งนี้)
นอกเหนือจากการใช้ Prepositions เหล่านี้ในการบอกเวลาแล้ว หลายๆคำข้างต้นยังสามารถใช้เชื่อมอย่างอื่นนอกเหนือจากเวลาได้ด้วย บอกเลยว่าอีกยาว! แต่ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ติดตามที่บล็อกของเราได้เลย เรามีเทคนิคเพื่อพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษมาฝากอีกเป็นประจำแน่นอน

SitCom1200x300.jpg 

แชร์บทความนี้กับเพื่อนของคุณ

    

....

ลงทะเบียนเพื่อทดลองเรียนฟรี

Share this article

New Call-to-action
....
New Call-to-action
...
เรียนภาษาอังกฤษ บรรยากาศต่างประเทศ วอลล์สตรีท อิงลิช สมัครเรียน ฟรี

ติดต่อเรา